โหมดโฟกัสกับ Screen Time ใช้อันไหนตอนไหน
หลายคนเหมารวมสองอย่างนี้เป็นอันเดียว เปิดโหมดโฟกัสแล้วก็คิดไปเองว่าตอนนี้เล่น Instagram ไม่ได้แล้ว ที่จริงไม่ใช่ โหมดโฟกัสไม่ได้บล็อก Instagram มันแค่ไม่เด้งแจ้งเตือนเท่านั้น คุณกดเข้าเองมันก็เปิดขึ้นมาเหมือนเดิม การบล็อกเป็นงานของ Screen Time พลาดจุดต่างนี้ไปคุณก็นั่งเปิดสวิตช์ผิดตัว แล้วงงว่าทำไมไม่มีอะไรห้ามตัวเองได้จริง
เริ่มที่โหมดโฟกัสก่อน คิดซะว่ามันคือห้ามรบกวนเวอร์ชันโตแล้ว ห้ามรบกวนแบบเก่าตัดแจ้งเตือนทิ้งหมดไม่แยกแยะ ส่วนโหมดโฟกัสเลือกตามสถานการณ์ เปิดโหมดงาน แชทของทีมยังเข้าได้อยู่ ขณะที่แจ้งเตือนเกมกับช้อปปิ้งถูกกักไว้ โหมดนอนหรี่หน้าจอตอนกลางคืนและปิดเสียงเกือบทุกอย่าง โหมดส่วนตัวทำกลับกัน เก็บแจ้งเตือนงานออกไปให้พ้นทาง เปลี่ยนหน้าจอโฮมตามโหมดได้ด้วย โหมดงานเลยโชว์หน้าจอที่มีแต่แอปที่คุณต้องใช้จริง ๆ
แก่นมันอยู่ตรงนี้ โหมดโฟกัสไม่ได้จำกัดเวลาที่คุณใช้ มันตัดสิ่งขัดจังหวะออกเพื่อให้คุณดำดิ่งกับสิ่งที่ทำอยู่ได้ลึกขึ้น แจ้งเตือนน้อยลงก็เหลือบมองมือถือน้อยลง แต่ถ้าคุณหยิบขึ้นมา ทุกอย่างก็ยังใช้ได้หมด
Screen Time ล็อกที่เวลา
Screen Time ไปคนละทาง "แอปนี้วันละสามสิบนาที" "เลยห้าทุ่มล็อกหมด" มันจำกัดการใช้ตัวมันเอง เกินโควต้าหน้าจอก็จะเทาลงพร้อมข้อความว่าหมดเวลา มันไม่ได้กรองแจ้งเตือน แต่ทำให้แอปใช้ไม่ได้
สองอย่างนี้เลยเล็งคนละจุด ถ้าปัญหาคือสองชั่วโมงที่ทำงานแล้วมือมันชอบไถไปหาแจ้งเตือนแชท นั่นคือโหมดโฟกัส ถ้าปัญหาคือดู YouTube วันละสามชั่วโมง นั่นคือ Screen Time อันแรกตัดสิ่งรบกวน อีกอันเฉือนเวลา
ใช้ด้วยกันยิ่งแน่น
สองอันนี้ไม่ใช่คู่แข่งกัน ซ้อนกันใช้แล้วช่องโหว่ก็หดลง ช่วงเวลาทำงานเปิดโหมดโฟกัสงานเพื่อกักแจ้งเตือนโซเชียลกับเกม พร้อมกันนั้นตั้ง Downtime ของ Screen Time ล็อกแอปโซเชียลพวกนั้นทั้งดุ้นในช่วงเวลานั้น แจ้งเตือนไม่มาก็เลยนึกไม่ออก พอนึกออกมือเอื้อมไป มันล็อกอยู่ก็เปิดไม่ได้ อันหนึ่งตัดสิ่งรบกวน อีกอันปิดประตู
การนอนก็เหมือนกัน โหมดโฟกัสนอนปิดเสียงแจ้งเตือนกลางคืน ส่วน Downtime ล็อกแอปหลังห้าทุ่ม คุณก็วางมือถือลงเองโดยไม่ทันคิด
สุดท้ายทั้งคู่ก็ติดกำแพงเดียวกัน
ตรงนี้ต้องพูดกันตรง ๆ สักเรื่อง โหมดโฟกัสปิดได้ในสองแตะ Screen Time ก็โบกให้ผ่านแค่คำว่า "ขออีกหนึ่งนาที" สุดท้ายทั้งคู่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณปิดมันเอง และวินาทีนั้นข้ออ้างก็โผล่มาเสมอ เพราะแรงที่ใช้ปิดมันน้อยเกินไป
ห้ามมือกับลดเสียงรบกวน นั่นคือสุดทางที่เครื่องมือพวกนี้ทำได้ มันแตะไม่ถึงส่วนที่อยากไถต่อจริง ๆ ลองวาง Nagging App ไว้ข้างตัวดู มันไม่บล็อก แต่ในจังหวะนั้นมันยื่นเป้าหมายกับเหตุผลที่คุณเขียนไว้ตอนแรกกลับมาใส่หน้าคุณ "บอกไว้เองว่าเวลานี้จะไปออกกำลัง" ประโยคเดียวนี้บางทีหยุดมือได้มากกว่าหน้าจอที่เทาลง จัดสภาพแวดล้อมด้วยโหมดโฟกัสกับ Screen Time แล้วถ้ายังพังอยู่เรื่อย ก็เติมคำบ่นเข้าไปอีกชั้น
คำถามที่พบบ่อย
เปิดโหมดโฟกัสแล้วแอปจะถูกบล็อกด้วยไหม
ไม่ โหมดโฟกัสแค่กรองแจ้งเตือนและเปลี่ยนหน้าจอโฮมตามสถานการณ์ ไม่ได้บล็อกตัวแอปเอง คุณกดเข้ามันก็เปิด ถ้าจะกันไม่ให้ใช้แอปได้จริง ต้องใช้การจำกัดแอปหรือ Downtime ของ Screen Time
ควรใช้อันไหนก่อน โหมดโฟกัสหรือ Screen Time
ขึ้นกับปัญหา ถ้าทำงานอยู่แล้วโดนแจ้งเตือนดึงไปเรื่อย โหมดโฟกัสเหมาะ ถ้าใช้แอปใดแอปหนึ่งนานเกินไป Screen Time คือคำตอบ ถ้าเข้าข่ายทั้งคู่ ใช้ด้วยกันจะเหลือช่องโหว่น้อยที่สุด
ใช้สองอันพร้อมกันจะตีกันไหม
ไม่ตีกัน เพราะเล็งคนละจุด กลับช่วยเสริมกันด้วยซ้ำ โหมดโฟกัสงานกักแจ้งเตือน ส่วน Downtime ในช่วงเวลาเดียวกันล็อกแอปโซเชียล สิ่งรบกวนก็ลด การใช้ก็ถูกบล็อกไปพร้อมกัน
อ่านต่อ
- ถ้าแอปบล็อกล้มเลิกตลอด ลองใช้ Nagging Appถ้าเปลี่ยนแอปบล็อกมาถึงตัวที่สามแล้ว อย่าเปลี่ยนแอปอีกเลย ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีแล้ว
- เวลาหน้าจอ แอปบล็อก กับ Nagging App เทียบกันแบบตรงๆผมใช้มาทั้งสามตัว บางคนต้องการกำแพง บางคนต้องการคนคอยบ่น มันคนละคนกัน
- ถ้า Screen Time บน iPhone ยังไม่พอ ลอง Nagging AppScreen Time หยุดมือคุณไว้ ปัญหาคือคนที่ปลดมันออกอีกครั้งก็คือคุณเอง