บล็อกแล้วก็ยังเปิดอีก สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่การบล็อก แต่คือมีคนคอยบ่น
ถ้าลงแอปบล็อกแล้วยังเปิดแอปนั้นอยู่ ไม่ใช่เพราะการบล็อกอ่อนเกินไป การบล็อกทำได้แค่หยุดมือคุณ การมองหน้าจอที่เทาๆ แล้วนึกขึ้นได้ว่า "อ้อ จริงด้วย เราบอกว่าจะลดอันนี้นี่นา" — ส่วนนั้นไม่ใช่งานของการบล็อก เพราะงั้นอีกห้านาทีคุณก็เปิดอีก
ลองแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน การบล็อกหยุดมือ เปิด Instagram ก็เบลอ เกินลิมิตก็ขึ้นจอเทา แต่ในวินาทีนั้นในหัวเหลือความคิดเดียว "จะเลี่ยงมันยังไงดี" เหตุผลที่อยากเลิกไม่อยู่ตรงนั้น เสียงบ่นไปสะกิดอีกฝั่ง มันไม่หยุดมือ แต่ตรงนั้นเลย มันทำให้คุณนึกออกว่า "เราว่าจะทำอะไรแทนสิ่งนี้นะ" มันไม่ปิดกั้น มันปลุก
ฝั่งที่เตือนให้นึกออก แทนที่จะปิดกั้น
Nagging App ถามคุณสองสามเรื่องตั้งแต่แรก เป้าหมายในการลดเล่นมือถือคืออะไร ทำไมถึงอยากลด ถ้าทำได้จะให้รางวัลตัวเองอะไร แล้วก็เขียนชื่อกับอายุด้วย นี่แหละคือหัวใจ แอปไม่ได้สั่งสอนคุณด้วยคำพูดกว้างๆ แต่บ่นคุณด้วยคำที่คุณเขียนเองกับมือ
จากนั้นเลือกตัวละครหนึ่งคน แม่ พ่อ ยาย รูมเมตสึนเดเระ เพื่อนชิลล์ๆ ซีอีโอเลือดเย็น เนิร์ดขี้อาย หุ่นยนต์ตรรกะ ในแปดคนนี้ ใครจะแทงใจคุณได้ลึกสุดก็แล้วแต่คน หลังจากนั้น พอคุณจับมือถือนานเกินไป ตัวละครที่เลือกก็ส่งข้อความเตือนที่ทำมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
ถ้าเลือกแม่ ก็จะออกแนวนี้ "บอกว่าอีกห้าปีจะซื้อบ้านไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ดู YouTube เข้าชั่วโมงที่สามแล้วนะ?" ถ้าเป็นซีอีโอเลือดเย็น น้ำเสียงก็เปลี่ยน "เวลาที่ผ่านไปคุณสร้างอะไรขึ้นมา ไม่มีอะไรให้รายงานเลยนะ" สถานการณ์เดียวกัน น้ำเสียงต่างกัน และที่สำคัญที่สุด เป้าหมายที่คุณเขียนไว้ถูกยกมาอ้างตรงๆ ไม่ใช่ "เลิกดูมือถือได้แล้ว" แบบกว้างๆ แต่เป็นสัญญาที่คุณให้ไว้เองวกกลับมาหา นั่นแหละที่ทำให้มือชะงัก
ไม่ได้บอกให้ทิ้งการบล็อก
อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้บอกให้ปิด Screen Time หรือแอปบล็อก ในฐานะด่านแรกที่หยุดมือ มันมีประโยชน์อยู่จริง แค่มีน้อยคนที่ไปถึงปลายทางด้วยแค่นั้น Nagging App ไม่ได้ตั้งใจจะมาแทนการบล็อก มันเหมือนชั้นแรงจูงใจที่วางทับลงไปข้างบนมากกว่า ตัวที่หยุดคุณกับตัวที่เตือนคุณ มีทั้งคู่ถึงจะอยู่ได้นาน
คนเดียวไม่ไหว ก็ลากเพื่อนเข้ามา
บางทีเสียงบ่นมันไม่เข้าแม้แต่กับตัวเอง ตอนนั้น เอาคนเข้ามาคือคำตอบ Nagging App ให้เพื่อนแชร์เวลาการใช้งานกัน แล้วฝากบ่นลงบนหน้าจอของกันและกันได้ตรงๆ เสียงบ่นจากแอปคุณยังเมินได้ แต่พอเพื่อนเห็นว่าเมื่อคืนคุณเล่น Instagram ไปสี่ชั่วโมงแล้วทิ้งคำไว้สักประโยค มันคนละเรื่องเลย ความอายแรงกว่าอัลกอริทึม
iOS ใช้ Screen Time ส่วน Android ใช้การนับการใช้งานของตัวเอง ถ้าการบล็อกถูกคุณเลี่ยงอยู่เรื่อยๆ แทนที่จะล็อกให้แน่นขึ้น อาจถึงเวลาลองเปลี่ยนทิศทางสักครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
Nagging App บล็อกแอปไหม?
ไม่บล็อก แทนที่จะปิดกั้นแอป มันจะจำเป้าหมายและเหตุผลที่คุณเขียนไว้ตอนแรก แล้วส่งข้อความบ่นที่ทำมาเฉพาะคุณ เมื่อคุณจับมือถือนานเกินไป จะเรียกว่ามาแทนการบล็อกก็ไม่ใช่ มันเหมือนชั้นแรงจูงใจที่วางทับข้างบนมากกว่า
เสียงบ่นกลายเป็นเฉพาะตัวได้ยังไง?
มันดึงเป้าหมาย เหตุผล และรางวัลที่คุณเขียนตอนตั้งค่า บวกกับชื่อและอายุ แล้วส่งด้วยน้ำเสียงของตัวละครที่คุณเลือก ไม่ใช่ "เลิกดูได้แล้ว" แบบกว้างๆ แต่เป็นสัญญาที่คุณเขียนไว้วกกลับมา อ้างคำต่อคำ
ฟีเจอร์เพื่อนคืออะไร?
เป็นฟีเจอร์ที่ให้เพื่อนแชร์เวลาการใช้งานกัน แล้วฝากบ่นลงบนหน้าจอของกันและกันได้ตรงๆ เสียงบ่นของแอปคุณเมินได้ แต่คำพูดจากเพื่อนเมินยากกว่า เป็นเครื่องมือสำหรับตอนที่คนเดียวไม่ไหว
อ่านต่อ
- ถ้าแอปบล็อกล้มเลิกตลอด ลองใช้ Nagging Appถ้าเปลี่ยนแอปบล็อกมาถึงตัวที่สามแล้ว อย่าเปลี่ยนแอปอีกเลย ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีแล้ว
- เวลาหน้าจอ แอปบล็อก กับ Nagging App เทียบกันแบบตรงๆผมใช้มาทั้งสามตัว บางคนต้องการกำแพง บางคนต้องการคนคอยบ่น มันคนละคนกัน
- ถ้า Screen Time บน iPhone ยังไม่พอ ลอง Nagging AppScreen Time หยุดมือคุณไว้ ปัญหาคือคนที่ปลดมันออกอีกครั้งก็คือคุณเอง